7 สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อเครื่องซักผ้า

10/13/2024

    การเลือกเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่นั้นอาจเป็นงานที่ค่อนข้างน่าปวดหัว นอกจากคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น ความจุ การตั้งค่า และเครื่องซักผ้าฝาหน้าเทียบกับฝาบนแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่ต้องพิจารณาด้วย ตัวอย่างเช่น เครื่องซักผ้าบางรุ่นมีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ ดังนั้นคุณจึงสามารถตรวจสอบและควบคุมเครื่องซักผ้าได้จากระยะไกล ในขณะที่เครื่องซักผ้าบางรุ่นมีระบบการจ่ายน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ เป็นต้น

    เพื่อให้คำแนะนำกับคุณ เราจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นเกี่ยวกับ 11 สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อเครื่องซักผ้า เราจะเริ่มต้นด้วยการดูข้อมูลจำเพาะพื้นฐานที่นำเสนอในเชิงลึก รวมถึงข้อดีของเครื่องซักผ้าฝาหน้าและฝาบน นอกจากนี้ เราจะครอบคลุมถึงด้านต่าง ๆ เช่น เสียงรบกวนและการใช้ไฟฟ้า

1. ฝาหน้าหรือฝาบน
     เครื่องซักผ้ามีให้เลือกทั้งแบบฝาหน้าและฝาบน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน แม้ว่าเครื่องซักผ้าแต่ละประเภทจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่เครื่องซักผ้าแต่ละประเภทเหมาะกับผู้ใช้ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

     เครื่องซักผ้าฝาหน้ามักจะให้ผลลัพธ์การทำความสะอาดที่ดีกว่า และยังประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าเพราะสามารถวางซ้อนกันได้ นอกจากนี้การหมุนยังช่วยถนอมผ้าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เครื่องซักผ้าฝาบนสะดวกสบายในการโหลดผ้ามากกว่า เพราะคุณไม่ต้องก้มตัวลง นอกจากนี้ รอบการซักยังเร็วกว่าด้วย

2. ความจุ
     ความจุเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ยิ่งคุณต้องซักผ้ามากหรือมีสมาชิกในครอบครัวมากขึ้นเท่าใด ความจุก็จะมากขึ้นเท่านั้น มีตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ไปจนถึง 11 กิโลกรัมขึ้นไป

     แม้ว่าคุณจะสามารถซักผ้าได้หลายรอบเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณผ้าที่ซัก แต่การทำเช่นนี้จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำและไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น คุณควรซื้อเครื่องซักผ้าที่มีความจุที่เหมาะสมไว้ใช้ เครื่องซักผ้าที่มีความจุปานกลางจะมีความจุตั้งแต่ 7 กิโลกรัม ถึง 9 กิโลกรัม ในขณะที่เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่จะมีความจุ 11 กิโลกรัมขึ้นไป

3. ความเร็วในการหมุน
     ความเร็วในการปั่นไม่ใช่สิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาเมื่อซื้อเครื่องซักผ้า แต่ยังคงมีความสำคัญ ความเร็วในการปั่นสูงจะช่วยขจัดน้ำออกจากเสื้อผ้าของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสิ้นสุดรอบการซัก ซึ่งจะช่วยให้เสื้อผ้าแห้งเร็วขึ้น ในทางกลับกัน ความเร็วในการปั่นต่ำเหมาะสำหรับผ้าที่บอบบาง

4. เสียงรบกวน
     เสียงรบกวนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องตรวจสอบ เครื่องซักผ้าอาจส่งเสียงดังได้มาก โดยเฉพาะในช่วงที่เครื่องกำลังหมุนอยู่ในรอบสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เครื่องซักผ้าบางรุ่นมีเสียงเงียบ รวมถึงระดับการลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน

5. การจ่ายอัตโนมัติ
     หากคุณไม่อยากคำนวณผงซักฟอกทุกครั้งที่ซัก ฟีเจอร์นี้เหมาะมาก เครื่องซักผ้าบางรุ่นมีระบบการตวงผงซักฟอกอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าเครื่องจะคำนวณปริมาณผงซักฟอกที่ต้องการตามปริมาณผ้าที่ซักและระดับความสกปรก

    ฟังก์ชันเดียวกันนี้ยังใช้กับน้ำยาปรับผ้านุ่มได้ด้วย ดังนั้นคุณจึงสามารถซักได้หลายรอบโดยไม่ต้องกังวลกับการเติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม วิธีนี้จะช่วยหยุดการใช้ผงซักฟอกมากเกินไป ซึ่งล้างออกยากและทำให้ต้องเสียเงินมากขึ้นนั่นเอง

6. คุณสมบัติอัจฉริยะ
     หากคุณชื่นชอบเทคโนโลยี เครื่องซักผ้าที่มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะเหมาะสมมาก เนื่องจากเครื่องซักผ้าสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ คุณจึงสามารถตรวจสอบและควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย

     มีคุณสมบัติต่าง ๆ มากมายให้เลือกใช้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและแอปที่คุณใช้ ในบางแอปพลิเคชันคุณสามารถสั่งให้เครื่องทำงานได้จากระยะไกล นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานบนแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

7. ขนาด
     เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่มีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ขนาดอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรุ่น หากคุณติดตั้งเครื่องซักผ้าในพื้นที่จำกัด ให้เลือกเครื่องซักผ้าที่มีขนาดเหมาะสมและมีช่องระบายอากาศ การมีพื้นที่รอบ ๆ เครื่องซักผ้าจะช่วยลดเสียงรบกวนได้

     หากคุณวางแผนที่จะลงทุนซื้อเครื่องซักผ้า สามารถเข้ามาที่ สุโขทัยธงชัยวิทยุ ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ชั้นนำ ครบครัน แอร์ ตู้เย็น ซักผ้า มือถือ และไอที มีบริการจัดส่ง ติดตั้ง และบริการหลังการขาย หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
https://www.thongchaivittayu.com/washing-machine-dryer/

ที่มาข้อมูล : https://www.tomsguide.com/how-to/11-things-to-look-for-when-buying-a-washing-machine